ตรวจพื้นปาเก้เข้าลิ้น ควรใช้วิธีเคาะแบบตรวจกระเบื้องหรือไม่?

 
     ก็สืบเนื่องมาจากมีการนำเอาวิธีการตรวจบ้านเพื่อหาความบกพร่องในการปูกระเบื้องโดยใช้วิธีการเคาะ มาใช้กับการตรวจพื้นที่ปูด้วยไม้ปาเก้เข้าลิ้น ซึ่งตัวผมเองก็มีข้อสังเกตและความเห็นส่วนตัวที่อยากนำเสนอในมุมมองของผม ทั้งนี้ท่านผู้อ่านก็โปรดใช้วิจารณญาณนะครับ

ลักษณะไม้ปาเก้เข้าลิ้น (ขนาด) หนา 1.8 ซ.ม., กว้าง 4.3 ซ.ม., ยาว 30 ซ.ม.

ผมเอารูปไม้ปาเก้แบบเข้าลิ้นมาให้ดูทำไม? ก็เพื่อให้ท่านได้ดูและทำความเข้าใจยังไงละครับ จะได้รู้ว่าที่มันเข้าลิ้นนั้นเป็นยังไง? บางคนไม่เคยเห็น พอจะซื้อบ้านใหม่ หรือไปดูบ้านที่เขาทำเสร็จแล้ว เขาบอกว่าเป็นพื้นปาเก้ไม้เข้าลิ้นก็นึกภาพไม่ออก (งงๆว่างั้น..)

ทีนี้มาดูลักษณะของไม้กันครับ

ด้านซ้ายของไม้จะมีลักษณะเป็นเดือยโผล่ออกมาตลอดตามแนวความยาวของไม้ ตรงนี้แหละที่เรียกว่า “ลิ้น” ตำแหน่งลิ้นนี้จะอยู่ที่ประมาณช่วงกลางของความหนาของไม้ตามแนวยาว (ผมใช้คำว่าประมาณนะครับอาจไม่ได้อยู่ตรงกลางเป๊ะ ขึ้นอยู่กับคนที่ทำไม้ และมันก็ไม่ใช่ประเด็น)

ด้านขวาของไม้จะมีลักษณะเป็นร่องคล้ายตัวยู เว้าเข้าไปในเนื้อไม้ตลอดตามแนวความยาวของไม้ ตำแหน่งของร่องหรือรางลิ้นนี้ก็จะตรงกับด้านที่เป็นลิ้น เพราะเมื่อเวลาเอาไม้มาปูต่อกันก็จะต้องเอาด้านที่เป็นลิ้นมาเสียบเข้ากับด้านที่เป็นร่องหรือรางลิ้น ต่อกันไปเรื่อยๆจนเต็มพื้นที่

ด้านบนของไม้จะเป็นเดือย ส่วนด้านล่างก็จะเป็นร่อง เพราะเมื่อเวลาปูไม้ๆก็จะเข้าลิ้นกันทั้งในแนวขนาน(ตามแนวยาวของไม้) และแนวดิ่ง (พูดง่ายๆคือไม้จะสอดเข้าลิ้นกันโดยรอบของแต่ละชิ้น)

 

ตรวจปาเก้

  • จากรูป ปาเก้ที่อยู่ฝั่งซ้ายจะเห็นว่าพอประกบเข้าลิ้นกันแล้วขอบไม้ด้านบนจะเหลื่อมกันอยู่เล็กน้อย ซึ่งตอนแรกที่นำมาวางเรียงกันโดยยังไม่เอาสอดเข้าลิ้นก็จะเรียบเสมอกันอยู่ แต่พอสอดเข้าลิ้นกลับมีการเหลื่อมกันก็เพราะตำแหน่งของลิ้นกับรางลิ้นคลาดเคลื่อนกันเล็กน้อยนั่นเอง
  • ไม้ปาเก้ที่เห็นประกบกันอยู่ทั้งด้านซ้ายมือและขวามือเป็นขนาดเดียวกันแต่มาจากต่างร้านกัน สิ่งที่เห็นคือพอเอาไม้สอดเข้าลิ้นประกบกันจนด้านบนชนกันสนิทแล้ว แต่บริเวณร่องลิ้นจะเป็นโพรงเหมือนกัน และขอบล่างก็มีช่องโพรงเหมือนกัน

ถ้าท่านเคยเห็นตอนที่ปูปาเก้เสร็จแล้ว โดยที่ยังไม่ได้ทำการขัดไม้ จะสังเกตเห็นว่าพื้นไม้ที่ปูฯเสร็จจะไม่เรียบเสมอกัน นั่นก็เพราะว่า ไม้แต่ละชิ้นที่ทำเข้าลิ้นออกมานั้นเมื่อนำมาประกอบเข้าลิ้นกันแล้ว อาจไม่สนิทกันเป๊ะทุกชิ้น เพราะบางทีไม้พอเอามาวางเรียงกันความหนาหรือผิวด้านบนเรียบอาจเท่ากันเป๊ะ แต่พอเอาสอดเข้าลิ้นกันแผ่นหนึ่งอาจสูงขบอีกแผ่นอยู่เล็กน้อย นั่นก็คือความคลาดเคลื่อนจากจากผลิตนั่นเอง เช่น การเลื่อย การตัด ตำแหน่งการทำลิ้น ตำแหน่งการทำรางลิ้น ซึ่งมีโอกาสคลาดเคลื่อนได้บ้าง เพราะเป็นงานทำมือทั้งสิ้นถึงแม้จะมีการใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือไฟฟ้ามาช่วยก็ตาม และส่วนหนึ่งก็อาจมาจากผิวพื้นที่จะปูฯอาจมีความคลาดเคลื่อนบ้างเล็กน้อย คือผิวพื้นอาจไม่เรียบได้ระดับเสมอกันเป๊ะเหมือนผิวกระจก) ก็เลยจะเห็นว่าพื้นที่ปูปาเก้เสร็จใหม่ๆนั้นมันดูตะปุ่มตะป่ำไม่เรียบ เดินแล้วสะดุด ขอบไม้แต่ละชิ้นจะขบกันสูงบ้างต่ำบ้างไม่เรียบเสมอกัน ซึ่งก็ถือว่าไม่ใช่ปัญหาอะไรเพราะหลังจากนี้ก็ต้องมีการขัดแต่งผิวพื้นกันอีกที

แล้วผมจะบอกอะไร?

ผมก็จะบอกท่านว่า ไม่ต้องตกใจถ้าเห็นว่าพื้นบ้านที่ปูปาเก้เสร็จแล้วทำไมไม้ไม่เรียบเสมอกัน เหตุผลก็อย่างที่ผมได้อธิบายไว้ข้างบนนั่นแหละ เดี๋ยวจะพาให้ทะเลาะกับช่างที่ปูฯไปซะอีก เพราะยังไงเสียเมื่อปูไม้เสร็จแล้วช่างปาเก้ ก็จะต้องมาขัดเพื่อปรับให้พื้นไม้เรียบเสมอกัน (ทิ้งไว้ให้กาวแห้งอย่างน้อยซัก 7วันแล้วค่อยมาขัด)

อีกจุดหนึ่งที่ผมอยากให้ดูก็คือ เมื่อเอาไม้แต่ละชิ้นเสียบต่อกันไปเรื่อยๆจะเห็นว่าไม้บางชิ้นเมื่อเอาเสียบต่อเข้ากันแล้วลิ้นกับราง(ร่อง)เข้ากันได้สนิทพอดี แต่บางท่อนเมื่อเสียบเข้าไปแล้วลิ้นกับรางไม่สนิทกันพอดี เหลือเป็นช่องว่างอยู่เล็กน้อย ซึ่งช่องว่างนี้ก็คือ เป็นโพรงที่เหลือจากการเข้ากันไม่สนิทของลิ้นกับรางนั่นเอง ซึ่งในแง่ของความแข็งแรงของการเข้าลิ้นก็ไม่ถือว่าเสียหายอะไรเพราะไม้ก็เข้าลิ้นได้ปกติ แต่มันดันเข้าไม่สุดซึ่งอาจเกิดจากความไม่เป๊ะพอดีระหว่างความยาวของลิ้นกับความลึกของรางนั่นเอง

ทีนี้มันเกิดอะไรขึ้น?

อาจมีบางท่านที่ใช้วิธีตรวจหาความบกพร่องของงานปาเก้เข้าลิ้นโดยการเคาะที่พื้นเหมือนกับการเคาะตรวจกระเบื้อง? (นัยว่าถ้าเคาะแล้วมีเสียงแสดงว่าเป็นโพรง ปูกาวไม่เต็มหรือมีการหลุดร่อน) ซึ่งการเคาะพื้นปาเก้ด้านบนนั้น ก็อาจมีเสียง(เสียงก้องๆ) เกิดขึ้นได้หากไม้ตำแหน่งนั้นมีโพรงอยู่จากการเข้าลิ้นไม่สนิท (ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเมื่อเคาะแล้วปาเก้มีเสียงแสดงว่ามีการหลุดร่อนหรือปูไม่ติด อาจเพราะเสียงนั้นเกิดจากโพรงของรางลิ้นที่เข้ากันไม่สนิทก็เป็นได้) ดังนั้นการนำเอาวิธีการตรวจหาข้อบกพร่องของการปูกระเบื้อง (ซึ่งใช้วิธีเคาะเพื่อหาความบกพร่องอันเนื่องมาจากการปู เช่น ปูแล้วไม่ติด มีการหลุดร่อนหรือเป็นโพรง) มาใช้กับการตรวจหาความบกพร่องของการปูปาเก้เข้าลิ้น ผลลัพธ์ที่ได้จากการเคาะอาจไม่เหมือนกับการเคาะกระเบื้องก็เป็นได้

 

ปาเก้ไม้แดงเข้าลิ้น

  • จากรูปนี้หลังจากเอาไม้ฯปูสอดเข้าลิ้นจนชิดกันหมดทุกท่อนแล้ว(สังเกตุจากด้านบน ไม้จะชิดกันหมดทุกท่อน) จะเห็นว่ามีรูโพรงบริเวณตำแหน่งรางลิ้น รูใหญ่บ้าง เล็กบ้าง คละเคล้ากันไป ไม้ไม่ได้เข้าลิ้นกันสนิททุกชิ้น ดังนั้นจึงมีรูโพรงกระจายกันไปทั่วทั้งพื้นบริเวณที่ปูฯ

สิ่งที่ผมสังเกตเห็นคือ การเคาะพื้นปาเก้เข้าลิ้นที่ปูเสร็จแล้วบางตำแหน่งก็มีเสียงทึบๆแน่นๆ แต่บางตำแหน่งก็มีเสียงก้องๆสลับกันไป นั่นอาจเป็นเพราะว่าตำแหน่งที่เสียงแน่นๆหรือเสียงทึบๆนั้นลิ้นของปาเก้เข้ากันได้สนิททำให้ไม่มีช่องว่างของไม้หรือเข้ากันเกือบสนิทมีช่องว่างน้อย ส่วนตำแหน่งที่เสียงก้องๆนั้นอาจเนื่องจากมีขนาดของโพรงหรือช่องว่างที่เหลือจากการเข้าลิ้นห่างกันมากนั่นเอง (พูดง่ายๆก็คือมีรูน้อยก็เสียงดังน้อย มีรูมากหรือรูใหญ่เสียงก็ดังมาก)

ดังนั้นการเลือกวิธีที่ใช้ในการตรวจงานปาเก้ ควรทำความเข้าใจและคำนึงถึงลักษณะของไม้ปาเก้แต่ละประเภทด้วย (แบบเข้าลิ้น, แบบไม่เข้าลิ้น) และไม่ควรสรุปผลการตรวจจากการเคาะเพียงอย่างเดียว ควรใช้การสังเกตอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น สังเกตดูรอยปริแยกของไม้ว่ามีรอยแยกบริเวณรอบชิ้นไม้หรือไม่? หรือเมื่อเดินเหยียบหรือเคาะแล้วให้ความรู้สึกเหมือนไม้มีการขยับตัว อย่างนี้ก็ค่อนข้างให้น้ำหนักไปในทางว่ามีการหลุดร่อน เป็นต้น (ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยความชำนาญ)

*การตรวจที่กล่าวถึงนี้หมายถึง การตรวจเมื่องานเสร็จเรียบร้อยแล้ว
*ข้อสังเกตนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น ผมหาใช่กูรูไม่!!!

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.