ทาสีรั้วรั้วบ้าน ปรับปรุงสีรั้วเดิมเริ่มหลุดร่อน+เป็นคราบเชื้อรา

 
     ไม่ได้โพสต์อะไรนานแล้วเนื่องจากตันๆไม่รู้จะเขียนอะไร พอดีมีวันหยุดติดกันช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคม(2561) ได้โอกาสปรับปรุงรั้วบ้านก็เลยจะเขียนเรื่องการทาสีรั้วบ้านนี่แหละครับ เป็นการปรับปรุงสีรั้วเดิม เนื่องจากอายุของบ้านก็ประมาณ 8-9 ปีแล้ว บริเวณรั้วและประตูหน้าบ้านก็มีการหลุดร่อนของสีเดิม สีซีดจางคร่ำคร่าบวกกับเกิดคราบเชื้อราและคราบตะไคร่ มองแล้วมีความรู้สึกว่าบ้านโทรมดูหม่นๆ ก็เลยคิดว่าถึงเวลาต้องทาสีใหม่แล้ว

ที่จริงก็เตรียมการไว้นานแล้ว(ที่มันนานเพราะไม่ลงทุนนี่แหละ 555 รอขอสีจากผู้รับเหมา จังหวะที่สีเขาเหลือแล้วก็เลยได้มา) แปรงทาสีกับลูกกลิ้งก็ยืม สรุปคือไม่ลงทุนเลย ลงแต่แรง.. ผมไม่ได้งกนะแต่ไม่อยากเสียเงินแค่นั้นเอง หึๆ
…มาดูขั้นตอนกันครับว่าผมทำอะไรบ้าง เผื่อคุณๆอยากจะลองไปทำเองดูบ้าง

สีรั้วเดิมหลุดร่อน
*** หมายเหตุ ผมจะเล่าเฉพาะการทำสีรั้วปูนก่อนนะครับ ส่วนรั้วเหล็กและประตูเหล็กเอาไว้ทำทีหลังและจะเล่าในโอกาสถัดไป

1. ขัดคราบตะไคร่, คราบเชื้อรา, ฝุ่น หรือสิ่งสกปรกต่างๆออกจากพื้นผิวรั้วเดิม(รั้วปูน) โดยใช้แปรงพลาสติกธรรมดาแบบที่ใช้ซักผ้านั่นแหละ ไม่ต้องใช้แบบแข็งมากหรือแปรงลวดนะครับ วิธีการขัดก็ใช้น้ำฉีดล้างพร้อมกับขัดไปด้วย ขัดโดยออกแรงปกติไม่ต้องขัดแบบตะบี้ตะบัน ขัดเบาๆพอให้ฝุ่นหรือคราบตะไคร่, เชื้อรา หลุดออกหรือจางลง (ถ้าสงสัยว่าขัดแค่ไหนถึงเรียกว่าเบาๆหรือออกแรงปกติ ก็คือสามารถร้องเพลงไปด้วยได้นั่นแหละครับ ถ้าขัดแบบตะบี้ตะบันหรือออกแรงมากเกิน จะร้องเพลงไปด้วยไม่ได้ ไม่เชื่อลองดูนะครับ..)

ขัดคราบตะไคร่รั้วปูน

2. ขัดเสร็จแล้วก็ใช้น้ำสะอาดฉีดล้างทำความสะอาด แล้วปล่อยให้แห้งสนิทซัก 1-2วัน (1-2วันที่สภาพอากาศปกติไม่มีฝน)

3. หลังจากทิ้งไว้ให้แห้งแล้ว ขั้นตอนต่อมาถ้าจะเอาให้ปึ๊กจริงๆก็ใช้น้ำยากำจัดเชื้อราและตะไคร่น้ำทาทับหน้าไปก่อน 1เที่ยว แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง (ระยะเวลาที่รอน้ำยาแห้งก่อนที่จะเริ่มทาสีรองพื้นอาจจะประมาณ1-2ชั่วโมง ระยะเวลาอาจสั้นหรือยาวกว่านี้ก็แล้วแต่คำแนะนำของแบรนด์นั้นๆ ทางที่ดีควรอ่านวิธีใช้ข้างถังผลิตภัณฑ์นั้น)

*** น้ำยากำจัดเชื้อราหาซื้อได้ที่ร้านขายสีทั่วไป หรือถ้าเป็นตามห้างที่ขายวัสดุก่อสร้าง ก็ดูที่โซนสีทาบ้าน
***ขั้นตอนนี้ตัวผมเองไม่ได้ทำหรอกครับเพราะไม่มีน้ำยากำจัดเชื้อรา (ไม่มีตังค์ซื้อ..), ก็เลยเอาเฉพาะของที่มี (ที่ขอเขามาได้) ประมาณว่าเอ็งขึ้นราอีก ข้าฯก็ทาใหม่ได้ เอาซิเอา..

4. ทาน้ำยารองพื้นปูนทับสีเก่า 1 เที่ยว แล้วปล่อยให้แห้งซัก1-2 ชั่วโมง(ดูวิธีใช้ข้างถัง) น้ำยารองพื้นนี้ค่อนข้างสำคัญนะครับ จะช่วยให้สีใหม่ที่เราทาทับเข้าไป ยึดเกาะกับสีเดิมได้ดียิ่งขึ้น

5. น้ำยารองพื้นแห้งแล้วก็ทาสีจริงโลด ทาอย่างน้อย2เที่ยวสีจึงจะขึ้นเนียนให้เห็น

เทคนิควิธีทาสีบ้าน ที่เขาบอกต้องทาสองเที่ยว สามเที่ยวอะไรนั่น..ไม่ต้องไปซีเรียสกับจำนวนเที่ยวหรอกครับ คุณมองดูแล้วจะรู้เองว่าสีที่เราทาไปนั้นมันขึ้นหรือยัง (คำว่ามันขึ้นหรือยังก็คือ สีที่ทาไปทึบแล้ว เนียนแล้ว ไม่เป็นรอยด่างบ้างเข้มบ้างในพื้นที่เดียวกัน)
– เมื่อคุณทาไปเที่ยวแรกไม่ต้องไปเน้นว่าสีจะต้องเรียบเนียนเลย มันจะยังไม่เรียบเนียนหรอกในเที่ยวแรก ให้ทาไปบางๆตามปกติเน้นทาให้เต็มพื้นที่ไปก่อน (ตรงไหนที่ทาหนาไปจะสังเกตเห็นว่าสีจะแห้งช้ากว่าบริเวณอื่นที่ทาไปพร้อมกัน ให้ใช้แปรงปาดเกลี่ยออกให้บางๆ) ที่สำคัญไม่ต้องทาซ้ำที่เดิมมากๆเพราะจะทำให้สีบริเวณนั้นหนาและเยิ้ม รวมทั้งแห้งช้า

เมื่อทาเต็มพื้นที่แล้วก็ปล่อยให้สีแห้ง
*ข้อสังเกตคือ เมื่อทาเที่ยวแรกนี้ ในขณะทาสีหรือหลังจากสีแห้งแล้วอาจจะเห็นเป็นรอยแปรงหรือรอยลูกกลิ้ง หรือเห็นเป็นรอยด่างสีเข้มบ้าง อ่อนบ้างในพื้นที่เดียวกัน ก็เป็นเรื่องปกติเพราะเนื้อสีจะค่อยๆถูกดูดซึมเข้าไปบนพื้นผิวที่เราทาฯจนกว่าจะอิ่มตัว สีก็จะเริ่มทึบขึ้น
**ที่สำคัญคือ อย่าใจร้อน มือใหม่หลายคนพอเริ่มทาเที่ยวแรกแล้วใจร้อน หรือด้วยความไม่รู้ เกิดความรู้สึกว่า เอ๊ะ!ทาแล้วทำไมมันไม่เรียบไม่เนียน เป็นรอยแปรง เป็นรอยลูกกลิ้ง ก็เลยทาโปะสีเข้าไปอีก สุดท้ายก็เละ

– ทาเที่ยวที่สอง หลังจากเที่ยวแรกแห้งดีแล้วก็ทาเหมือนเดิมนั่นแหละครับ ทาบางๆไปให้เต็มพื้นที่ แล้วปล่อยให้สีแห้งก่อน ค่อยมาดูและตัดสินใจว่าจบที่เที่ยวสองนี้หรือไม่ เมื่อสีแห้งแล้วมาดูจะเห็นว่าเนื้อสีมันจะถมทับเข้าไปอุดรอยแปรงหรือรอยลูกกลิ้ง รอยด่างต่างๆที่เกิดขึ้นจากการทาเที่ยวแรกให้เข้มขึ้น สีจะทึบขึ้นจนมองเรียบเนียนเป็นผืนเดียวกัน จะไม่เห็นรอยอ่อนบ้าง เข้มบ้าง หรือรอยลูกกลิ้งอีกแล้ว

ทาสีรั้วบ้านใหม่
…แต่..ถ้าดูแล้วยังเห็นอ่อนบ้าง เข้มบ้างเป็นบางจุด ยังไม่ทึบหรือเนียนเท่ากันทั้งแผงก็ต้องซ้ำอีกรอบครับ เป็นเที่ยวที่3

ซึ่งสาเหตุที่อาจต้องทาถึงเที่ยวที่ 3หรือมากกว่า ก็เนื่องจากว่า สีน้ำพลาสติกที่ใช้ทาบ้านกันนั้นมันก็ต้องผสมน้ำเล็กน้อยเพื่อปรับความข้นให้เนื้อสีทาได้ลื่น หากเราเปิดฝาถังสีเอาไม้คนๆแล้วใช้แปรงหรือลูกกลิ้งจุ่มทาเลยมันหนืดและข้น ทำให้ทายาก ลากแปรงหรือลากลูกกลิ้งไม่ไป ทาแล้วสีหนาหรือเหนอะเกินไป ฯล ก็เลยต้องเติมน้ำเข้าไปเพื่อปรับความหนืดของสีให้ทาง่าย ทีนี้ความชำนาญระหว่างมืออาชีพกับมือสมัครเล่นก็จะต่างกันตรงนี้ มืออาชีพจะรู้ว่าปรับความข้นหนืดของสีขนาดไหนให้ลื่นพอดีและเนื้อสียังเข้มพอเพื่อให้ทาจบใน2เที่ยว แต่มือสมัครเล่นอาจเติมน้ำเยอะไปนิดทำให้สีลื่นทาง่ายก็จริงแต่เนื้อสีจางไปนิดเลยอาจต้องทาถึง3เที่ยว สีถึงจะขึ้น (ทึบและเรียบเนียนเท่ากันทั้งแผง)

เหตุผลก็ประมาณนี้แหละครับ ผมถึงบอกว่าไม่ต้องไปซีเรียสกับจำนวนเที่ยว ให้ทาฯจนสีขึ้นนั่นแหละครับ พยามยามปรับความข้นเหลวของสีให้หนืดพอดี อย่าลืมว่าเรามือสมัครเล่นอย่าใจร้อนหากอยากจะทำเองก็ต้องค่อยๆสะสมชั่วโมงบิน ค่อยๆสังเกตจากที่เราทำไปเรื่อยๆ…

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.